บทที่ 3
วิธีการดำเนินการวิจัย
การศึกษาครั้งนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมทักษะทางด้านการฟังของเด็กปฐมวัยและเปรียบเทียบการประเมินพัฒนาการก่อนและหลังการจัดกิจกรรมนิทานปลายเปิด
1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
2. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา
3. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
4. การเก็บรวบรวมข้อมูล
5. วิธีดาเนินการทดลอง
6. การวิเคราะห์ข้อมูล
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากรที่ใช้ในการวิจัย
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเด็กปฐมวัยชาย
– หญิงอายุระหว่าง 5-6 ปี กาลังศึกษาอยู่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย
(กระจ่าง สิงหเสนี) สำนักงานเขตสังกัดพิ้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานคร โดยมีจำนวน 4 ห้องเรียน ห้องเรียนละ 30 คน จำนวนนักเรียนทั้งหมด 120 คน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเด็กปฐมวัยชาย –
หญิงอายุระหว่าง 5-6 ปี กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง
สิงหเสนี) สำนักงานเขตสังกัดพิ้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานคร ได้มาโดยวิธีการการสุ่มแบบกลุ่ม
(Cluster Sampling) เลือกห้องเรียนชั้นอนุบาล ปีที่ 3/1 มาจำนวน
1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 29 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า
ในการวิจัยครั้งนี้
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย เครื่องมือการทดลอง
1.
แผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานปลายเปิด จำนวน 24
แผน เครื่องมือแบบสอบถาม
2.
แบบสอบถามในการตอบคำถามปลายเปิดจากการฟังนิทาน
ชุดที่ 1 .........................................................................................................
ชุดที่ 2 .........................................................................................................
1. ขั้นตอนในการสร้างแผนการทำกิจกรรมการเล่านิทานปลายเปิด
ดังนี้
จุดประสงค์
เพื่อศึกษาผลในการพัฒนาทักษะด้านการฟังโดยใช้นิทานปลายเปิด
วิธีการดำเนินการสร้าง
ผู้ศึกษาได้สร้างแผนเสริมประสบการณ์
ด้วยการเล่านิทานปลายเปิด โดยดำเนินการตาม ขั้นตอน ดังนี้
1) ศึกษาเอกสาร ตำรา
และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1.1 ศึกษาทฤษฎีเอกสารและงานวิจัย
เกี่ยวข้องการพัฒนาทักษะด้านการพูด
1.2 ศึกษาเอกสารและหนังสือนิทานปลายเปิด
หนังสือนิทานชาดก ของกัลยาณมิตร เล่ม1 (2558)
หนังสือนิทานชาดก ของกัลยาณมิตร เล่ม 2
(2559)
1.3 ดำเนินการเลือกประเภทนิทานปลายเปิดทั้งหมด
2 ประเภท ดังนี้
1.นิทานปลายเปิด
2.นิทานชาดก
1.4 ศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยปี
2560
2)กำหนดเนื้อหาที่จะจัดทำแผนเสริมประสบการณ์ด้วยกิจกรรมการเล่านิทานปลายเปิด
3)สร้างแผนการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ด้วยกิจกรรมการเล่านิทานปลายเปิด
จำนวน 24 แผน สอนสัปดาห์ละ 3 วัน เรื่องละ 1 วัน จำนวน 8 สัปดาห์
3.1ชื่อนิทาน
3.2จุดมุ่งหมายของกิจกรรม
3.3ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม
3.4ขั้นสรุป
โดยกำหนดรูปแบบของการจัดกิจกรรม
ซึ่งประกอบด้วย จุดประสงค์ ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม 3 ขั้นตอน ดังนี้
3.3.1ขั้นนำ (introduction)
นำเด็กเข้าสู่คันเรื่องราวนิทานโดยการสนทนาซักถาม
ปริศนาคำทาย การร้องเพลงเปรียบเทียบ การใช้หุ่นมือ
การวาดรูปและสร้างข้อตกลงระหว่างครูกับเด็กระหว่างฟังนิทาน
3.3.2 ขั้นสอน (body)
โดยใช้หนังสือนิทานและภาพประกอบที่มีสีสันและรูปภาพสวยงามเราใจมีรูปเล่มขนาดใหญ่พอที่จะให้เด็กสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนมาประกอบการเล่าขณะที่ครูเราและปรับเปลี่ยนน้ำเสียงให้เราใจสอดแทรกอารมณ์แสดงสีหน้าท่าทางตามบทบาทของตัวละครบางตอนในเนื้อเรื่องพให้เด็กเข้าใจในเรื่องราวและลำดับเหตุการณ์ได้ดีเป็นไปตามจุดประสงค์ของการเล่านิทานเรื่องนั้นด้วย
3.3.3 ขั้นสรุป (conclusion)
เมื่อเล่านิทานจบเล่าความประทับใจในนิทานและสรุปเป็นประเด็นที่สำคัญสนทนาซักถามเกี่ยวกับเรื่องราวในนิทานจากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาของนิทานครูผู้สอน
โดยใช้คำพูดเชื่อมโยงให้เด็กปฏิบัติกิจกรรมโดยการสร้างสถานการณ์เชื่อมต่อเหตุการณ์ในนิทานและร่วมกันทำกิจกรรมที่มีความสัมพันธ์กับเนื้อหาและตรงตามจุดประสงค์ของทานเรื่องนั้น
4) นำแผนการจัดประสบการณ์นิทานปลายเปิด
ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเสนอต่อ ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน
เพื่อพิจารณาความสอดคล้องของกิจกรรมและจุดมุ่งหมาย (IOC) คัดเลือกไว้
24 แผน โดยให้มีความคิดเห็นตรงกันอยางน้อย2 ใน 3 มีค่าเท่ากับ.0.5
ขึ้นไปถือว่าเชื่อถือได้ เกณฑ์การพิจราณา ดังนี้
+1 หมายถึง
0 หมายถึง
-1
หมายถึง
เมื่อผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย
เมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่แน่ใจ เมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่เห็นด้วย
และปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม
ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญดังนี้
4.1 อาจารย์กมลวรรณ์ อังศรีสุรพร
4.2 อาจารย์ตฤณ แจ่มถิ่น
4.3 อาจารย์กฤตธ์ตฤณน์ ตุ้หมาด
5) นำแผนการจัดประสบการณ์ด้วยการจัดกิจกรรมนิทานปลายเปิด
ที่ผ่านการตรวจสอบจาก
ผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ
โดยใช้เกณฑ์ความเห็นตรงกัน 2
ใน 3 ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ได้แก้ไข ปรับปรุงแผนการจัดประสบการณ์ด้วยการจัดกิจกรรมนิทานปลายเปิด
ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน
6) นำแผนการจัดประสบการณ์ด้วยการจัดกิจกรรมนิทานปลายเปิด
ที่ปรับปรุงแก้ไขไปทดลอง (Try Out) ใช้กับนักเรียนอายุ 5-6
ปี ที่กาลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาล ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง
เพื่อหาข้อบกพร่องและความเป็นไปได้
7) ปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ด้วยการเล่านนิทานปลายเปิดให้เป็นฉบับ
สมบูรณ์
8) นำแผนการจัดประสบการณ์ด้วยการจัดกิจกรรมนิทานปลายเปิด
ที่ปรับปรุงเหมาะสมแล้วจัดทำฉบับจริงเพื่อนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง
2. แบบทดสอบด้านการฟังหลังจากจัดกิจกรรมแผนการเสริมประสบการณ์การเล่านิทานปลายเปิด
วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินพัฒนาการเด็ก
ซึ่งควรใช้วิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้ได้ข้อมูล ที่สมบูรณ์ที่สุด
ในการวิจัยครั้งนี้เป็นการส่งเสริมเด็กปฐมวัยด้านการพูดโดยใช้กิจกรรมการเล่านิทานปลายเปิด
ผู้ศึกษาได้ดาเนินการสร้างตามลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้
2.1 ศึกษาทฤษฎี เอกสาร
และงานวิจัยที่เกี่ยวกับทักษะด้านการฟังของเด็ก ปฐมวัย เพื่อกำหนดกรอบและวัตถุประสงค์ในการประเมิน
2.2 สร้างแบบทดสอบทักษะทางด้านการฟังดังนี้
(1) สร้างแบบทดสอบโดยการตั้งคำถามปลายเปิดเกี่ยวกับนิทาน
ด้านการฟังเพื่อให้เด็กฝึกการจับใจความและการตอบคำถามแบบปลายเปิด ชั้นอนุบาล 3
อายุ 5-6 ปี ที่ได้รับการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์โดยใช้คำถามปลายเปิด โดยสอบถามรายบุคคล
ด้านที่ 1 แบบสอบถามในการจับใจความเนื้อหานิทานปลายเปิด
ด้านที่ 2 การตั้งคำถาม-ตอบคำถามเกี่ยวกับนิทาน
โดยต้ังเกณฑ์ในการให้คะแนน ดังนี้
3 หมายถึง จับใจความได้ถูกต้องและตอบคำถามได้แม่นย้ำ
2 หมายถึง
จับใจความได้แต่ต้องมีคำถามมาชักนำ 2-3 คำถาม
1 หมายถึง จับใจความและตอบคำถามได้แต่ต้องมีคำถามมาชักนำ
3 คำถามขึ้นไป
2.3 นำแบบสอบถามวัดความสามารถทักษะด้านการฟังที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
เสนอ ให้ผู้เชี่ยวชาญ 3
ท่านเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
2.4
ปรับปรุงแก้ไขแบบทดสอบความสามารถทักษะด้านการฟังของเด็กปฐมวัยตามคำแนะนำ
ของผู้เชี่ยวชาญ
2.5 นำแบบทดสอบที่ปรับปรุงแล้วไปทดลองใช้กับเด็กปฐมวัยชั้นนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่
3 ภาคเรียนที่
2 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี)
สำนักงานเขตสังกัดพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานคร เพื่อหา ความยากง่ายและค่าอำนาจจำแนก
แบบแผนการทดลองและวิธีดำเนินงานวิจัย
ในการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง เป็นการดำเนินการทดลองโดยอาศัยการทดลองกลุ่มเดียว
ดังนั้นผู้วิจัยจึงดำเนินการทดลองโดยใช้กลุ่มตัวอย่างเดียวทำการทดลองเก็บข้อมูลจากสถานการณ์จริงขณะ
ทดลองเพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของการทดลองครั้งนี้ ซึ่งผู้วิจัยดาเนินการทดลองตาม
แผนการวิจัยแบบ One Group Pretest-Posttest ดังแสดงในตาราง
ตาราง 1 แบบแผนการทดลอง
|
กลุ่มทดลอง |
ก่อนการทดลอง (Pretest) |
วิธีดำเนินการ |
หลังการทดลอง (Posttest) |
|
E |
T1 |
X |
T2 |
ความหมายของสัญลักษณ์
E แทน กลุ่มทดลอง
T1 แทน การใช้แบบทดสอบความสามารถในด้านทักษะการฟังของเด็กปฐมวัยการทดลอง
X แทน การดำเนินการจัดกิจกรรมแผนการจัดประสบการณ์การเล่านิทานปลายเปิด
T2 แทน การใช้แบบทดสอบความสามารถในด้านทักษะการฟังหลังการทดลอง
การทดลองครั้งนี้ดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา2563
ทาการทดลองเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์
สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20 นาที กลุ่มตัวอย่างได้รับการทดลอง รวม 24 คร้ัง ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1. ก่อนทำกิจกรรมผู้วิจัยทำการทดสอบความสามารถด้านการฟังก่อนการทดลอง
(Pretest) จำนวน 3 วัน วันละ 1 แบบ
2. ผู้วิจัยดำเนินการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทานปลายเปิด ซึ่งใช้ระยะเวลาในการ จัดประสบการณ์การเรียนรู้
จำนวน 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 1 คาบ คาบละ 20 นาทีรวมทั้งสิ้น
24 คาบ
3.ในการดำเนินการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเสริมประสบการณ์โดยการใช้นิทานปลายเปิด
แต่ละวันเด็กสามารถพูดคุย ตอบคำถาม จับใจความเนื้อเรื่องในการเล่านิทาน
เพื่อฝึกทักษะการฟัง
4. เมื่อสิ้นสุดการทดลอง
ผู้วิจัยประเมินความสามารถในพัฒนาทักษะการฟังของเด้กปฐมวัยหลังการทดลอง
การเก็บรวบรวมข้อมูล
ผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการทดสอบทักษะการฟังโดยทำการทดสอบก่อนและหลังการทำกิจกรรมการเล่านิทานปลายเปิด
แล้วนำข้อมูที่ได้ไปวิเคราะห์ ตามวิธีการทางสถิติต่อไป
1.หาค่าสถิติพื้นฐาน
2..เปรียบเทีบคะแนนความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยจากแบบทดสอบวัดทักษะทางด้านการฟังของเด็กปฐมวัย
หลังจากการจัดประสบการณ์ โดยใช้กิจกกรรมการการเล่านิทานปลายเปิด และใช้การ
ทดสอบค่า t – test (One-sample t test)
การวิเคราะห์ข้อมูลมีขั้นตอน ดังนี้
1.สถิติพื้นฐาน
1.1) การหาค่าร้อยละ (Percentage)
ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบทดสอบวัด ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยใช้สูตร
ดังนี้
N
เมื่อ P แทน ร้อยละ
F แทน ความถี่ที่แปลงเป็นร้อยละ
n แทน จำนวนความถี่ทั้งหมด
1.2) . การทดสอบค่าเฉลี่ย กรณีกลุ่มตัวอย่าง 1 กลุ่ม
ในการทดสอบค่าเฉลี่ยกรณีที่กลุ่มตัวอย่างมี
1 กลุ่มจะเป็นการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยกับค่าคงที่ค่าหนึ่งที่ผู้วิจัยสนใจที่ต้องการเปรียบเทียบ
ซึ่งค่าคงที่นี้อาจได้มาจากการกำหนดขึ้นหรือการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ ซึ่งการใช้สถิติทดสอบ t – test ทดสอบค่าเฉลี่ยกรณีกลุ่มตัวอย่าง 1 กลุ่ม มีสูตรในการคำนวณ ดังนี้
3.สถิติที่ใช้ในการหาค่าคุณภาพ
วิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence : IOC) ของชุดนิทานและเพลง แผนการจัดการเรียนรู้ และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สูตร
เมื่อ IOC คือ ค่าดัชนีความสอดคล้อง
R คือ ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
n คือ จำนวนผู้เชี่ยวชาญ

