วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

วิจัยบทที่ 3

 

บทที่ 3 วิธีการดำเนินการวิจัย

การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมทักษะทางด้านการฟังของเด็กปฐมวัยและเปรียบเทียบการประเมินพัฒนาการก่อนและหลังการจัดกิจกรรมนิทานปลายเปิด

1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

2. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา

3. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

4. การเก็บรวบรวมข้อมูล

5. วิธีดาเนินการทดลอง

6. การวิเคราะห์ข้อมูล

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

ประชากรที่ใช้ในการวิจัย

ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเด็กปฐมวัยชาย – หญิงอายุระหว่าง 5-6 ปี กาลังศึกษาอยู่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) สำนักงานเขตสังกัดพิ้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร  กรุงเทพมหานคร โดยมีจำนวน 4 ห้องเรียน ห้องเรียนละ 30 คน จำนวนนักเรียนทั้งหมด 120 คน

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเด็กปฐมวัยชาย – หญิงอายุระหว่าง 5-6 ปี กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) สำนักงานเขตสังกัดพิ้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร  กรุงเทพมหานคร ได้มาโดยวิธีการการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) เลือกห้องเรียนชั้นอนุบาล ปีที่ 3/1 มาจำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 29 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า

ในการวิจัยครั้งนี้ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย เครื่องมือการทดลอง

1.          แผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานปลายเปิด จำนวน 24 แผน เครื่องมือแบบสอบถาม

2.          แบบสอบถามในการตอบคำถามปลายเปิดจากการฟังนิทาน

ชุดที่ 1 .........................................................................................................

ชุดที่ 2 .........................................................................................................

1. ขั้นตอนในการสร้างแผนการทำกิจกรรมการเล่านิทานปลายเปิด ดังนี้

จุดประสงค์

เพื่อศึกษาผลในการพัฒนาทักษะด้านการฟังโดยใช้นิทานปลายเปิด

วิธีการดำเนินการสร้าง

ผู้ศึกษาได้สร้างแผนเสริมประสบการณ์ ด้วยการเล่านิทานปลายเปิด โดยดำเนินการตาม ขั้นตอน ดังนี้

1) ศึกษาเอกสาร ตำรา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

1.1 ศึกษาทฤษฎีเอกสารและงานวิจัย เกี่ยวข้องการพัฒนาทักษะด้านการพูด

1.2 ศึกษาเอกสารและหนังสือนิทานปลายเปิด หนังสือนิทานชาดก ของกัลยาณมิตร เล่ม1 (2558)  หนังสือนิทานชาดก ของกัลยาณมิตร เล่ม 2  (2559)

1.3 ดำเนินการเลือกประเภทนิทานปลายเปิดทั้งหมด 2 ประเภท ดังนี้

               1.นิทานปลายเปิด

               2.นิทานชาดก

1.4 ศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยปี 2560

2)กำหนดเนื้อหาที่จะจัดทำแผนเสริมประสบการณ์ด้วยกิจกรรมการเล่านิทานปลายเปิด

3)สร้างแผนการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ด้วยกิจกรรมการเล่านิทานปลายเปิด จำนวน 24 แผน สอนสัปดาห์ละ 3 วัน เรื่องละ 1 วัน จำนวน 8 สัปดาห์

3.1ชื่อนิทาน

3.2จุดมุ่งหมายของกิจกรรม

3.3ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม

3.4ขั้นสรุป

โดยกำหนดรูปแบบของการจัดกิจกรรม ซึ่งประกอบด้วย จุดประสงค์ ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม 3 ขั้นตอน ดังนี้

3.3.1ขั้นนำ (introduction)

นำเด็กเข้าสู่คันเรื่องราวนิทานโดยการสนทนาซักถาม ปริศนาคำทาย การร้องเพลงเปรียบเทียบ การใช้หุ่นมือ การวาดรูปและสร้างข้อตกลงระหว่างครูกับเด็กระหว่างฟังนิทาน

3.3.2 ขั้นสอน (body)

โดยใช้หนังสือนิทานและภาพประกอบที่มีสีสันและรูปภาพสวยงามเราใจมีรูปเล่มขนาดใหญ่พอที่จะให้เด็กสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนมาประกอบการเล่าขณะที่ครูเราและปรับเปลี่ยนน้ำเสียงให้เราใจสอดแทรกอารมณ์แสดงสีหน้าท่าทางตามบทบาทของตัวละครบางตอนในเนื้อเรื่องพให้เด็กเข้าใจในเรื่องราวและลำดับเหตุการณ์ได้ดีเป็นไปตามจุดประสงค์ของการเล่านิทานเรื่องนั้นด้วย

3.3.3 ขั้นสรุป (conclusion)

เมื่อเล่านิทานจบเล่าความประทับใจในนิทานและสรุปเป็นประเด็นที่สำคัญสนทนาซักถามเกี่ยวกับเรื่องราวในนิทานจากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาของนิทานครูผู้สอน โดยใช้คำพูดเชื่อมโยงให้เด็กปฏิบัติกิจกรรมโดยการสร้างสถานการณ์เชื่อมต่อเหตุการณ์ในนิทานและร่วมกันทำกิจกรรมที่มีความสัมพันธ์กับเนื้อหาและตรงตามจุดประสงค์ของทานเรื่องนั้น

 

4) นำแผนการจัดประสบการณ์นิทานปลายเปิด ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเสนอต่อ ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน เพื่อพิจารณาความสอดคล้องของกิจกรรมและจุดมุ่งหมาย (IOC) คัดเลือกไว้ 24 แผน โดยให้มีความคิดเห็นตรงกันอยางน้อย2 ใน 3 มีค่าเท่ากับ.0.5 ขึ้นไปถือว่าเชื่อถือได้ เกณฑ์การพิจราณา ดังนี้

+1 หมายถึง

0 หมายถึง

-1 หมายถึง

เมื่อผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย เมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่แน่ใจ เมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่เห็นด้วย

และปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญดังนี้

4.1 อาจารย์กมลวรรณ์ อังศรีสุรพร

4.2 อาจารย์ตฤณ แจ่มถิ่น

4.3 อาจารย์กฤตธ์ตฤณน์ ตุ้หมาด

5) นำแผนการจัดประสบการณ์ด้วยการจัดกิจกรรมนิทานปลายเปิด ที่ผ่านการตรวจสอบจาก

ผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ โดยใช้เกณฑ์ความเห็นตรงกัน 2 ใน 3 ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ได้แก้ไข ปรับปรุงแผนการจัดประสบการณ์ด้วยการจัดกิจกรรมนิทานปลายเปิด ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน

6) นำแผนการจัดประสบการณ์ด้วยการจัดกิจกรรมนิทานปลายเปิด ที่ปรับปรุงแก้ไขไปทดลอง (Try Out) ใช้กับนักเรียนอายุ 5-6 ปี ที่กาลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาล ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง เพื่อหาข้อบกพร่องและความเป็นไปได้

7) ปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ด้วยการเล่านนิทานปลายเปิดให้เป็นฉบับ สมบูรณ์

8) นำแผนการจัดประสบการณ์ด้วยการจัดกิจกรรมนิทานปลายเปิด ที่ปรับปรุงเหมาะสมแล้วจัดทำฉบับจริงเพื่อนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง

2. แบบทดสอบด้านการฟังหลังจากจัดกิจกรรมแผนการเสริมประสบการณ์การเล่านิทานปลายเปิด

วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินพัฒนาการเด็ก ซึ่งควรใช้วิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้ได้ข้อมูล ที่สมบูรณ์ที่สุด ในการวิจัยครั้งนี้เป็นการส่งเสริมเด็กปฐมวัยด้านการพูดโดยใช้กิจกรรมการเล่านิทานปลายเปิด

 ผู้ศึกษาได้ดาเนินการสร้างตามลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้

2.1 ศึกษาทฤษฎี เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวกับทักษะด้านการฟังของเด็ก ปฐมวัย เพื่อกำหนดกรอบและวัตถุประสงค์ในการประเมิน

2.2 สร้างแบบทดสอบทักษะทางด้านการฟังดังนี้

(1) สร้างแบบทดสอบโดยการตั้งคำถามปลายเปิดเกี่ยวกับนิทาน ด้านการฟังเพื่อให้เด็กฝึกการจับใจความและการตอบคำถามแบบปลายเปิด ชั้นอนุบาล 3 อายุ 5-6 ปี ที่ได้รับการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์โดยใช้คำถามปลายเปิด โดยสอบถามรายบุคคล

ด้านที่ 1 แบบสอบถามในการจับใจความเนื้อหานิทานปลายเปิด

ด้านที่ 2 การตั้งคำถาม-ตอบคำถามเกี่ยวกับนิทาน

โดยต้ังเกณฑ์ในการให้คะแนน ดังนี้

3 หมายถึง จับใจความได้ถูกต้องและตอบคำถามได้แม่นย้ำ

2 หมายถึง จับใจความได้แต่ต้องมีคำถามมาชักนำ 2-3 คำถาม

1 หมายถึง จับใจความและตอบคำถามได้แต่ต้องมีคำถามมาชักนำ 3 คำถามขึ้นไป

2.3 นำแบบสอบถามวัดความสามารถทักษะด้านการฟังที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เสนอ ให้ผู้เชี่ยวชาญ 3

ท่านเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง

2.4 ปรับปรุงแก้ไขแบบทดสอบความสามารถทักษะด้านการฟังของเด็กปฐมวัยตามคำแนะนำ

ของผู้เชี่ยวชาญ

2.5 นำแบบทดสอบที่ปรับปรุงแล้วไปทดลองใช้กับเด็กปฐมวัยชั้นนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่

2 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) สำนักงานเขตสังกัดพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร  กรุงเทพมหานคร เพื่อหา ความยากง่ายและค่าอำนาจจำแนก

แบบแผนการทดลองและวิธีดำเนินงานวิจัย

ในการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง เป็นการดำเนินการทดลองโดยอาศัยการทดลองกลุ่มเดียว ดังนั้นผู้วิจัยจึงดำเนินการทดลองโดยใช้กลุ่มตัวอย่างเดียวทำการทดลองเก็บข้อมูลจากสถานการณ์จริงขณะ ทดลองเพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของการทดลองครั้งนี้ ซึ่งผู้วิจัยดาเนินการทดลองตาม แผนการวิจัยแบบ One Group Pretest-Posttest ดังแสดงในตาราง

ตาราง 1 แบบแผนการทดลอง

กลุ่มทดลอง

ก่อนการทดลอง

(Pretest)

วิธีดำเนินการ

หลังการทดลอง

(Posttest)

E

T1

X

T2

 

ความหมายของสัญลักษณ์

E แทน กลุ่มทดลอง

T1 แทน การใช้แบบทดสอบความสามารถในด้านทักษะการฟังของเด็กปฐมวัยการทดลอง

X แทน การดำเนินการจัดกิจกรรมแผนการจัดประสบการณ์การเล่านิทานปลายเปิด

T2 แทน การใช้แบบทดสอบความสามารถในด้านทักษะการฟังหลังการทดลอง

การทดลองครั้งนี้ดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา2563 ทาการทดลองเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20 นาที กลุ่มตัวอย่างได้รับการทดลอง รวม 24 คร้ัง ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

1. ก่อนทำกิจกรรมผู้วิจัยทำการทดสอบความสามารถด้านการฟังก่อนการทดลอง (Pretest) จำนวน 3 วัน วันละ 1 แบบ

2. ผู้วิจัยดำเนินการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทานปลายเปิด ซึ่งใช้ระยะเวลาในการ จัดประสบการณ์การเรียนรู้ จำนวน 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 1 คาบ คาบละ 20 นาทีรวมทั้งสิ้น 24 คาบ

3.ในการดำเนินการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเสริมประสบการณ์โดยการใช้นิทานปลายเปิด แต่ละวันเด็กสามารถพูดคุย ตอบคำถาม จับใจความเนื้อเรื่องในการเล่านิทาน เพื่อฝึกทักษะการฟัง

4. เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ผู้วิจัยประเมินความสามารถในพัฒนาทักษะการฟังของเด้กปฐมวัยหลังการทดลอง

การเก็บรวบรวมข้อมูล

ผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการทดสอบทักษะการฟังโดยทำการทดสอบก่อนและหลังการทำกิจกรรมการเล่านิทานปลายเปิด แล้วนำข้อมูที่ได้ไปวิเคราะห์ ตามวิธีการทางสถิติต่อไป

1.หาค่าสถิติพื้นฐาน

2..เปรียบเทีบคะแนนความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยจากแบบทดสอบวัดทักษะทางด้านการฟังของเด็กปฐมวัย หลังจากการจัดประสบการณ์ โดยใช้กิจกกรรมการการเล่านิทานปลายเปิด และใช้การ ทดสอบค่า t – test (One-sample t test)

การวิเคราะห์ข้อมูลมีขั้นตอน ดังนี้

1.สถิติพื้นฐาน

1.1) การหาค่าร้อยละ (Percentage) ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบทดสอบวัด ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยใช้สูตร ดังนี้

P  =  F x 100

                                                 N

เมื่อ        P แทน ร้อยละ

F แทน ความถี่ที่แปลงเป็นร้อยละ

n แทน จำนวนความถี่ทั้งหมด

 

1.2) . การทดสอบค่าเฉลี่ย กรณีกลุ่มตัวอย่าง 1 กลุ่ม

                ในการทดสอบค่าเฉลี่ยกรณีที่กลุ่มตัวอย่างมี 1 กลุ่มจะเป็นการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยกับค่าคงที่ค่าหนึ่งที่ผู้วิจัยสนใจที่ต้องการเปรียบเทียบ  ซึ่งค่าคงที่นี้อาจได้มาจากการกำหนดขึ้นหรือการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ  ซึ่งการใช้สถิติทดสอบ t – test ทดสอบค่าเฉลี่ยกรณีกลุ่มตัวอย่าง 1 กลุ่ม มีสูตรในการคำนวณ  ดังนี้

                


                                

3.สถิติที่ใช้ในการหาค่าคุณภาพ

วิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence : IOC) ของชุดนิทานและเพลง แผนการจัดการเรียนรู้ และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สูตร



 

เมื่อ                       IOC       คือ          ค่าดัชนีความสอดคล้อง

                              R            คือ          ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ

                              n             คือ          จำนวนผู้เชี่ยวชาญ

 

วิจัยบทที่ 3

  บทที่ 3 วิธีการดำเนินการวิจัย การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมทักษะทางด้านการฟังของเด็กปฐมวัยและเปรียบเทียบการประเมินพัฒนาก...