การเรียนครั้งที่ 15 วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564
เข้าพบอาจารย์ที่มหาลัย และ นำบทที่1 ไปปรึกษาแนวทางในการดำเนินงาน เพื่อปรับแก้ไข
ตัวอย่างวิจัยของฉัน
บทที่ 1
ชื่อวิจัย การพัฒนาทักษะด้านการฟังของเด็กปฐมวัยโดยใช้นิทานปลายเปิด
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาการวิจัย
การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย
มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
เพราะเด็กในวัยนี้เป็นวัยที่สำคัญที่สุดในชีวิตเพราะเด็กมีพัฒนาการทุกด้านรวดเร็วมาก
ประสบการณ์ที่เด็กได้รับในช่วงนี้เป็นประสบการณ์ที่ดี
และเหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ – จิตใจ สังคมและสติปัญญา
ได้อย่างสมดุลและเต็มตามศักยภาพ และในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546
การจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย
เป็นการจัดในลักษณะของการอบรมเลี้ยงดู และการให้การศึกษาแก่เด็กทุกด้าน
ทั้งทางด้านร่างกายอารมณ์ – จิตใจ สังคมและสติปัญญา
ตามวัยและความสามารถของเด็กแต่ละคน
เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยเฉพาะปรัชญาการศึกษาปฐมวัยได้กล่าวว่า
การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กอยู่บนรากฐานการอบรมเลี้ยงดู
และการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและการพัฒนาของเด็กแต่ละคนตามศักยภาพในบริบทสังคม
วัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ด้วยความรัก ความเอื้ออาทรและความเข้าใจของทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตเด็ก
พัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เกิดคุณค่าต่อตนเองและสังคม ( กรมวิชาการ ,
2546 : 3 )
ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้
ผู้วิจัยใช้ช่วงกิจกรรมเสริมประสบการณ์ สำหรับนักเรียนอนุบาลชั้นปีที่ 3/1
โดยทำการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ใช้แผนทั้งหมด 24 แผน สัปดาห์ละ 3 วัน จำนวน 8
สัปดาห์
ขอบเขตด้านตัวแปร
ตัวแปรต้น คือ นิทานปลายเปิด
ตัวแปรตาม คือ ทักษะด้านการฟัง
ปัญหาการวิจัย
1.การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์การเล่านิทานปลายเปิดมีผลต่อการพัฒนาทักษะการฟังได้จริงหรือไม่
นิยามศัพท์เฉพาะ
1.เด็กปฐมวัย เด็กนักเรียนระดับปฐมวัยที่มีอายุระหว่าง
3-6ปี กำลังศึกษาที่โรงเรียนพระยาประเสริฐสุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) สำนักงานเขตสังกัดพิ้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานคร
2. พัฒนาการทักษะทางภาษา สำหรับเด็กปฐมวัยนั้น
เรื่องของภาษานับว่าเป็นหนึ่งในทักษะพื้นฐานที่เด็กจะต้องเรียนรู้
เพื่อใช้ในการสื่อสารและดำเนินชีวิตประจำวัน ดังนั้นการสอนภาษาสำหรับเด็กอนุบาลจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและมีความท้าทายอย่างมาก
เพราะในระดับปฐมวัยนั้นเป็นวัยเริ่มต้นแห่งการเรียนรู้ การส่งเสริมทักษะต่าง ๆ
จำเป็นอย่างที่ต้องคำนึงถึงพัฒนาการและความพร้อมของเด็กเป็นสำคัญ
เพื่อให้เด็กเติบโตและเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับวัย
การใช้ภาษาที่แฝงอยู่ในการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
ดังนี้
2.1 การฟัง
เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้เสียงที่ได้ยิน
การตระหนักถึงความหมายของเสียงนั้นในบริบทแวดล้อม
และการตีความสิ่งที่ได้ยินโดยเชื่อมโยงกับความรู้เดิม การรวบรวมข้อมูล
การจินตนาการ หรือความชื่นชอบของเด็ก ทั้งนี้
สาระที่ควรเรียนรู้เกี่ยวกับการฟังแบ่งออกเป็น 3 ด้าน (Jalongo, 1992: 67) ได้แก่
(1) ด้านความสามารถในการได้ยินและจับใจความ
ซึ่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์และภูมิหลังของเด็ก ครูจึงต้องปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับความต้องการและความจำเป็นนั้นๆ
(2) ด้านความตั้งใจฟัง
เกิดขึ้นเมื่อมีแรงจูงใจ มีเหตุผลที่ดี หรือมีประโยชน์ต่อเด็ก
(3) ด้านนิสัยในการฟัง
เป็นพฤติกรรมตอบสนองต่อสถานการณ์ในการฟัง
นิสัยที่ดีในการฟังเกิดจากการที่เด็กมีความสนใจ ได้รับข้อมูลหรือสารที่ชัดเจน
และการได้ตอบสนองต่อสิ่งที่ได้ยิน
ดังนั้น
สิ่งที่ครูควรตระหนักและวางแผนในการกำหนดสาระที่เด็กควรเรียนรู้ด้านการฟัง คือ
การช่วยให้เด็กมีความไวต่อการใช้บริบท หรือสิ่งชี้แนะเพื่อการตีความ
และการเชื่อมโยงสิ่งที่ได้ยินกับประสบการณ์ของเด็ก
โดยที่ครูเป็นผู้ช่วยให้เด็กมีประสบการณ์ต่างๆ อย่างเพียงพอ เหมาะสมกับวัย
ความแตกต่างระหว่างบุคคล และความสนใจของเด็ก
เพื่อเป็นแรงจูงใจที่ช่วยให้เด็กมีความตั้งใจในการฟัง
และพัฒนาไปสู่การมีนิสัยที่ดีในการฟังในที่สุด
เพื่อนำมาปรับแก้ให้สมบูรณ์แบบ